Liverpool World

ประวัติ โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ตำนานหมายเลข 11 ของลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตำนานหมายเลข 11 ของลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือหนึ่งในนักเตะที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของลิเวอร์พูล กองหน้าทีมชาติอียิปต์ย้ายจากอาแอส โรม่า มายังแอนฟิลด์ในปี 2017 ก่อนสร้างผลงานตลอดเก้าฤดูกาลด้วยตัวเลข 257 ประตูและ 120 แอสซิสต์จากการลงสนาม 442 นัด ช่วยทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญ 8 รายการ และอำลาสโมสรในปี 2026 ในฐานะดาวยิงอันดับสามตลอดกาลของลิเวอร์พูล

บทความนี้สรุปประวัติ เส้นทางอาชีพ รูปแบบการเล่น สถิติ ความสำเร็จ และเหตุผลที่แฟนบอลเรียกเขาว่า “Egyptian King” พร้อมอัปเดตเส้นทางหลังปิดฉากชีวิตค้าแข้งที่แอนฟิลด์

ข้อมูลส่วนตัวของโมฮาเหม็ด ซาลาห์

หัวข้อ ข้อมูล
ชื่อเต็ม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฮาเหม็ด มาห์รูส กาลี
ชื่อที่แฟนบอลเรียก โม ซาลาห์, Egyptian King
วันเกิด 15 มิถุนายน 1992
บ้านเกิด บาซยูน ประเทศอียิปต์
สัญชาติ อียิปต์
ตำแหน่งหลัก กองหน้าฝั่งขวา
เท้าถนัด ซ้าย
หมายเลขที่ลิเวอร์พูล 11
ช่วงเวลากับลิเวอร์พูล 2017–2026
ผลงานกับลิเวอร์พูล 442 นัด, 257 ประตู, 120 แอสซิสต์

เส้นทางก่อนย้ายมาลิเวอร์พูล

ซาลาห์เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลอาชีพกับเอล โมคาวลูนในอียิปต์ ความเร็ว การเคลื่อนที่ และความกล้าเล่นเกมรุกทำให้เขาได้รับโอกาสย้ายสู่ยุโรปกับเอฟซี บาเซิลในปี 2012 เขาแจ้งเกิดในฟุตบอลยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลงานในเกมระดับทวีปที่ทำให้หลายสโมสรใหญ่เริ่มจับตามอง

เดือนมกราคม 2014 เชลซีคว้าตัวเขาไปร่วมทีม แต่โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องมีจำกัด ซาลาห์จึงออกไปเล่นแบบยืมตัวในอิตาลีกับฟิออเรนตินา ก่อนพัฒนาขึ้นอีกระดับกับอาแอส โรม่า ที่นั่นเขาเปลี่ยนจากปีกความเร็วสูงให้กลายเป็นผู้เล่นเกมรุกที่ทั้งยิงประตูและสร้างโอกาสได้สม่ำเสมอ

ลิเวอร์พูลคว้าซาลาห์ในปี 2017

ลิเวอร์พูลประกาศคว้าซาลาห์จากโรม่าในเดือนมิถุนายน 2017 การย้ายทีมครั้งนี้เหมือนเป็นโอกาสครั้งที่สองของเขาในฟุตบอลอังกฤษ แต่สภาพแวดล้อมภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์เหมาะกับจุดแข็งของเขาอย่างมาก ทั้งการเพรสซิ่ง การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก และการวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ

แม้ถูกจัดให้เริ่มเกมทางฝั่งขวา ซาลาห์ไม่ได้ยืนติดเส้นตลอดเวลา เขามักวิ่งตัดเข้ากลางด้วยเท้าซ้าย ประสานงานกับโรแบร์โต ฟีร์มิโน่และซาดิโอ มาเน่ จนกลายเป็นหนึ่งในสามประสานเกมรุกที่อันตรายที่สุดของยุโรป

ฤดูกาลแรกที่เปลี่ยนทุกคำถามให้เป็นสถิติ

ฤดูกาล 2017-18 ซาลาห์ยิง 44 ประตูในทุกรายการ ตัวเลขดังกล่าวทำให้เขาก้าวจากนักเตะใหม่สู่ดาวเด่นของทีมภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ในพรีเมียร์ลีกเขายิง 32 ประตูและคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ พร้อมพาลิเวอร์พูลเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

นอกจากจำนวนประตูแล้ว สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลแรกน่าจดจำคือความหลากหลายในการจบสกอร์ ทั้งการวิ่งฉีกแนวรับ การเลี้ยงตัดเข้าใน การยิงเร็วในกรอบเขตโทษ และการเล่นจังหวะสวนกลับ ประตูโค้งใส่เอฟเวอร์ตันในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ยังได้รับรางวัล FIFA Puskás Award ประจำปี 2018

จากผู้ทำประตูสู่ผู้นำความสำเร็จของลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 2018-19 ลิเวอร์พูลกลับเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง ซาลาห์ยิงจุดโทษตั้งแต่ช่วงต้นเกมกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ช่วยวางรากฐานให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่หก หลังจากนั้นเขายังร่วมคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพและฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพในปี 2019

ความสำเร็จครั้งสำคัญถัดมาคือแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 ซึ่งยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดของสโมสรนาน 30 ปี ลิเวอร์พูลจบฤดูกาลด้วย 99 คะแนน และซาลาห์ยังคงเป็นกำลังหลักทั้งด้านประตู การสร้างพื้นที่ และการกดดันคู่แข่ง

ในฤดูกาล 2021-22 เขาช่วยทีมคว้าเอฟเอคัพและลีกคัพ ก่อนคว้าลีกคัพอีกครั้งในปี 2024 ส่วนฤดูกาล 2024-25 กลายเป็นหนึ่งในผลงานรายบุคคลที่โดดเด่นที่สุดของเขา ซาลาห์ทำ 34 ประตูและ 23 แอสซิสต์จาก 52 นัดทุกรายการ ขณะที่ผลงานพรีเมียร์ลีก 29 ประตูกับ 18 แอสซิสต์ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกอีกสมัย

ถ้วยรางวัลสำคัญกับลิเวอร์พูล

ดูภาพรวมถ้วยรางวัลของทีมเพิ่มเติมได้ที่ ประวัติแชมป์ลิเวอร์พูลและทำเนียบความสำเร็จ

สถิติเด่นของซาลาห์กับลิเวอร์พูล

จุดเด่นและรูปแบบการเล่นของโม ซาลาห์

1. การวิ่งตัดจากฝั่งขวา

ภาพจำของซาลาห์คือการเริ่มจากพื้นที่ด้านขวาแล้ววิ่งเข้าช่องระหว่างแบ็กซ้ายกับเซ็นเตอร์แบ็ก การเคลื่อนที่ลักษณะนี้ทำให้เขาสามารถรับบอลในพื้นที่ยิงด้วยเท้าซ้าย หรือดึงแนวรับออกจากตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีม

2. การจบสกอร์หลายรูปแบบ

ซาลาห์ทำประตูได้ทั้งการยิงโค้งเสาไกล การแตะหลบผู้รักษาประตู การยิงจังหวะแรก และการเข้าชาร์จในกรอบเขตโทษ เมื่ออายุมากขึ้น เขาปรับวิธีเล่นให้ใช้การหาตำแหน่งและการตัดสินใจมากกว่าพึ่งความเร็วเพียงอย่างเดียว

3. ความแข็งแกร่งและความสม่ำเสมอ

แม้รูปร่างไม่ใหญ่ แต่เขารักษาสมดุลขณะครองบอลได้ดี รับมือกับการปะทะและลงเล่นต่อเนื่องหลายฤดูกาล ความพร้อมทางร่างกายและวินัยนอกสนามเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้จำนวนประตูไม่ลดลงง่าย ๆ

4. การสร้างโอกาสให้เพื่อน

บทบาทของซาลาห์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การยิงประตู ตัวเลขแอสซิสต์สะท้อนว่าเขาพัฒนาการจ่ายบอลจังหวะสุดท้าย การดึงกองหลัง และการเลือกจังหวะเล่นร่วมกับกองหน้าและกองกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของซาลาห์ต่อแฟนบอลและสโมสร

สำหรับแฟนลิเวอร์พูล ซาลาห์เป็นมากกว่าดาวยิง เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมที่นำแชมป์ยุโรปกลับสู่แอนฟิลด์ ยุติการรอคอยแชมป์ลีก 30 ปี และพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่สองในยุคของเขา เพลงเชียร์ที่เดอะค็อปร้องให้ “Egyptian King” จึงสะท้อนทั้งผลงานในสนามและความผูกพันกับกองเชียร์

ในมิติที่กว้างขึ้น ความสำเร็จของนักเตะชาวอียิปต์ในลีกระดับโลกยังสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนฟุตบอลในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย เขาแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นสามารถกลับมาประสบความสำเร็จในอังกฤษได้ แม้ช่วงแรกกับเชลซีจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

อำลาลิเวอร์พูลและเส้นทางใหม่ในปี 2026

ซาลาห์ประกาศปิดฉากช่วงเวลากับลิเวอร์พูลหลังจบฤดูกาล 2025-26 เขาอำลาแอนฟิลด์หลังอยู่กับทีมเก้าฤดูกาล โดยฝากผลงาน 257 ประตูจาก 442 นัด ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะยืนยันเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ว่าเขาย้ายไปร่วมแทร็บซอนสปอร์ในตุรกี

การย้ายทีมไม่ได้ลดทอนสถานะของเขาในประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล เพราะสถิติ ถ้วยรางวัล และช่วงเวลาสำคัญตลอดปี 2017-2026 ทำให้ชื่อของซาลาห์อยู่ร่วมกับตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสรอย่างมั่นคง หากต้องการเข้าใจบริบทของทีมในแต่ละยุค สามารถอ่านต่อได้ที่ ประวัติสโมสรลิเวอร์พูลจากปี 1892

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงให้ลิเวอร์พูลทั้งหมดกี่ประตู?

ซาลาห์ยิงให้ลิเวอร์พูล 257 ประตูจากการลงสนาม 442 นัดในทุกรายการ ระหว่างปี 2017-2026 ทำให้เขาเป็นดาวยิงอันดับสามตลอดกาลของสโมสร

ซาลาห์ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลกี่ครั้ง?

เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล 2 ครั้ง ได้แก่ฤดูกาล 2019-20 และ 2024-25

ซาลาห์ได้รองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีกกี่ครั้ง?

เขาคว้ารางวัลรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก 4 ครั้งในฤดูกาล 2017-18, 2018-19, 2021-22 และ 2024-25 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดร่วมของรายการ

ปัจจุบันโม ซาลาห์ยังอยู่ลิเวอร์พูลหรือไม่?

ไม่แล้ว ซาลาห์อำลาลิเวอร์พูลหลังฤดูกาล 2025-26 และย้ายไปร่วมแทร็บซอนสปอร์ในเดือนสิงหาคม 2026

ทำไมซาลาห์จึงเป็นตำนานของลิเวอร์พูล?

เหตุผลสำคัญคือจำนวน 257 ประตู ความสม่ำเสมอตลอดเก้าฤดูกาล การช่วยทีมคว้าแชมป์ใหญ่ 8 รายการ และบทบาทโดยตรงในความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ เช่น แชมเปียนส์ลีกปี 2019 และแชมป์พรีเมียร์ลีกสองสมัย

สรุป

โมฮาเหม็ด ซาลาห์เดินทางมาถึงลิเวอร์พูลในฐานะกองหน้าที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่จากไปในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร เขาผสมผสานความเร็ว การจบสกอร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสม่ำเสมอเข้าด้วยกัน พร้อมทิ้งตัวเลข 257 ประตู 120 แอสซิสต์ และถ้วยรางวัลสำคัญ 8 รายการไว้เป็นหลักฐานของยุคสมัย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Liverpool FC – Mohamed Salah profile, Liverpool FC – Thank you, Mo Salah, Liverpool FC – Salah joins Trabzonspor และ Premier League – Golden Boot winners

Exit mobile version