ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก

0
49

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

การลุ้นแชมป์ที่ตื่นเต้นเร้าใจของพรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นหลายครั้ง ส่วนใหญ่มักจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างทีม 2 ทีม

     อีกหลายครั้งที่ทีมแชมป์เข้าป้ายแบบข้ามาคนเดียว นำลิ่วม้วนเดียวจบไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ขยับเข้าใกล้หรือมีลุ้น

    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ฤดูกาลที่ได้ 100 แต้ม ลิเวอร์พูลฤดูกาลที่ได้ 99 แต้ม หรือเชลซีในยุคโชเซ่ มูรินโญ่ที่กวาด 95 คะแนนนั่นเป็นตัวอย่าง เป็นม้าตัวเดียวโดดๆ ตัวอื่นไม่ต้องมาแหยม

    ม้าสองตัวเกิดขึ้นบ่อยที่สุด เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลทีมอื่นๆ ที่เกาะติดตามมาจะทยอยกันหลุดวงโคจรไปทีละทีมสองทีมจากที่เคยลุ้นกัน 4-5 ทีมก็ค่อยๆ แหกโค้งไปทีละราย เหลือ 4 เหลือ 3 เหลือ 2..

    สุดท้ายแล้วฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมักจะเหลือทีมที่ยังมีลุ้นแชมป์แค่ 2 ทีม ส่วนจะจบเมื่อไหร่อันนั้นแล้วแต่ความแข็งแกร่งของคู่แข่งขันแย่งแชมป์ หลายฤดูกาลได้บทสรุปในช่วง 2-3 นัดสุดท้าย หลายฤดูกาลก็ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้าย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    มีฤดูกาลที่แย่งแชมป์สนุกๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง ฤดูกาล 1994/95 ระหว่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1998/99 ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2008/09 ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ยูไนเต็ด

    หรือจะเป็นฤดูกาลสุดเข้ม 2 ซีซั่นทั้ง 2011/12 ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เบียด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวินาทีสุดท้ายด้วยประตูของ เซร์คิโอ อเกวโร่ หรือฤดูกาล 2018/19 ที่ช่วงรันอินท้ายซีซั่นระหว่างทีมเรือใบสีฟ้ากับหงส์แดงที่ขับเคี่ยวกันนัดต่อนัดนั้นยังเป็นที่พูดถึงมาจนทุกวันนี้ก่อนที่แมนฯ ซิตี้จะเข้าป้ายด้วยคะแนนเฉือน 98 ต่อ 97

    ในฤดูกาลนี้ยังบอกไม่ได้ว่าท้ายที่สุดแล้วการชิงชัยจะออกมาอย่างไร จะเป็นม้ากี่ตัว แล้วจะสิ้นสุดก่อนเกมปิดฤดูกาลนานไหม

    คาดเดาลำบาก แม้กระทั่งมองดูตารางคะแนนในตอนนี้เราก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าการแข่งขันจะเข้มข้นอย่างนี้ไปตลอด 38 นัดแน่ๆ ไหม เพราะหากมีบางทีมทะลุจุดเดือดชนะรวด 13-14 นัดขึ้นมาก็อาจจะทิ้งห่างแบบขาดลอยก็เป็นไปได้

    เพียงแต่ด้วยสถานการณ์เท่าที่เห็น ฤดูกาล 2020/21 นี้น่าจะเป็นฤดูกาลที่พลิกไปพลิกมาและมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นบ่อยๆ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    เกมพลิกล็อกหรือผลการแข่งขันที่ผิดความคาดหมายอาจเกิดขึ้นให้เห็นทุกสัปดาห์ เหมือนที่แมนฯ ซิตี้โดนเลสเตอร์บุกขยี้ 2-5 ลิเวอร์พูลแพ้แอสตัน วิลล่า 2-7 แมนฯ ยูฯ แพ้สเปอร์ส 1-6

    จะด้วยบรรยากาศที่ไม่มีแฟนบอลทำให้หลายเกมมีผลผิดเพี้ยนหรือสภาวะนักเตะบาดเจ็บเพราะไม่สมบูรณ์พร้อมจากการพักร่างกายไม่เพียงพอในโปรแกรมเตะถี่ยิบก็สุดแต่จะวิเคราะห์กัน ทว่ามันรวมๆ กันเป็นเหตุผลของภาพที่ปรากฏให้เราเห็นในช่วงโค้งแรกของการชิงชัย

    คะแนนของทีมที่ได้แชมป์ไม่น่าจะสูงอย่าง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่ง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เซ็ตมาตรฐานไว้โหดสุดๆ 100 แต้ม 98 แต้ม 99 แต้ม

    แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อาจสะสมไม่ถึง 90 คะแนนหลังผ่านนัดที่ 38 แนวโน้มจาก 10-11 เกมที่ผ่านมาบอกกับเราอย่างนั้นเพราะแต่ละทีมต่างก็ผลัดกันทำคะแนนกระเด็นหลุดมือกันถ้วนหน้า

    ลิเวอร์พูลแชมป์เก่าหายไปแล้ว 9 แต้มเช่นเดียวกับ สเปอร์ส ผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้เพราะนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับหงส์แดง มีนักเตะดีๆ เต็มทีมและมียอดกุนซืออย่างมูรินโญ่ ที่สำคัญคือไม่เพลี่ยงพล้ำต่อทีมใหญ่ด้วยกันเลย ชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะแมนฯ ซิตี้ เสมอเชลซี ชนะอาร์เซน่อล

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    ทีมสิงโตน้ำเงินครามเสียไปแล้ว 11 คะแนนเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วน แมนฯ ซิตี้ ทำหล่นไป 12 แต้ม ขณะที่บิ๊กซิกซ์ทีมสุดท้ายอย่างอาร์เซน่อลกู่ไม่กลับเตะ 11 เกมแพ้ไปแล้ว 6 นัด เสมออีกหนึ่ง แต้มกระเด็นไป 20 คะแนน

    การเสียแต้มเป็นว่าเล่นอย่างนี้เป็นทิศทางที่น่าสนใจ ผ่านการแข่งขันมา 1 ใน 4 ของฤดูกาลเรายังไม่เห็นทีมไหนคงเส้นคงวาที่สุดจนโกยคะแนนหนีแบบทิ้งห่าง

    จ่าฝูงยืนคู่กัน 2 ทีมแตกต่างกันเพียงประตูได้เสีย อันดับสามตามมาห่างแค่ 2 แต้ม ถัดลงไปอันดับ 4 5 6 7 และ 8 ไม่น่าเชื่อคะแนนลดหลั่นกันลงไปอันดับละ 1 คะแนน แถมอันดับ 6 กับ 7 อย่างยูไนเต็ดและซิตี้ยังมีเกมในมือเหลืออีกทีมละนัด

    คะแนนเบียดกันอย่างนี้พลาดแค่ครั้งเดียวอันดับคุณรูดลงไปพรวดเดียว 3-4 อันดับได้เลย เพียงแต่ด้วยความที่ฤดูกาลนี้ไม่ปกติ มีผลการแข่งขันที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคุณพลาดแผ่วสัก 3-4 เกมติดๆ กันก็ใช่ว่าจะหลุดวงโคจรแน่ๆ

    พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อาจอนุญาตให้คุณแพ้ได้อีก..

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    พักหลังๆ พรีเมียร์ลีกเรียกร้องมาตรฐานจากทีมที่จะเป็นแชมป์สูงมาก คุณอาจจะแพ้แค่ 4-5 เกมเท่านั้นตลอดทั้งฤดูกาลแต่กลับพบว่าคุณไม่ได้เป็นแชมป์

    ฤดูกาล 2014/15 เชลซีเป็นแชมป์แพ้แค่ 3 นัด แมนฯ ซิตี้รองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2015/16 เลสเตอร์เป็นแชมป์แพ้แค่ 3 นัด อาร์เซน่อลรองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2016/17 เชลซีเป็นแชมป์แพ้ 5 นัด สเปอร์สรองแชมป์แพ้แค่ 4 เกม ฤดูกาล 2017/18 แมนฯ ซิตี้เป็นแชมป์แพ้ 2 นัด แมนฯ ยูไนเต็ดรองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2018/19 แมนฯ ซิตี้เป็นแชมป์แพ้ 4 นัด ลิเวอร์พูลรองแชมป์แพ้แค่เกมเดียว ฤดูกาล 2019/20 ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์แพ้ 3 นัด แมนฯ ซิตี้รองแชมป์แพ้ 9 เกม
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    กับการชิงชัยในฤดูกาลนี้ผมอยากเห็นฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่แย่งแชมป์กันหลายทีมไปจนถึงโค้งสุดท้าย

    ประเภทที่ว่าเข้าสู่ 4-5 เกมสุดท้ายแล้วก็ยังมองไม่ออกว่าหวยจะออกที่ใคร

    การลุ้นแชมป์ไม่ค่อยมีบรรยากาศแบบนี้ให้เห็นหรอกนะครับ อย่างที่บอกไปนั่นแหละประวัติที่ผ่านๆ มาชี้ว่าสุดท้ายแล้วม้าก็จะถูกริดออกไปทีละตัวๆ จนเหลือแค่ 2 ตัวเป็นประจำ

    แต่สำหรับการหนีตายผมยังจำฤดูกาล 2004/05 ได้ไม่ลืมที่เข้าสู่นัดสุดท้ายแล้วยังไม่มีทีมไหนตกชั้นเลยแม้แต่ทีมเดียวก่อนที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จะโกงความตายดีดจากบ๊วยขึ้นมาจบที่อันดับ 35 ถีบ คริสตัล พาเลซ ฟูแล่ม และเซาธ์แฮมป์ตัน ตกชั้นแทนเหลือเชื่อ

    ผมอยากจะเห็นการแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้เป็นแบบนั้น ดูจากแนวโน้มแล้วมันก็มีโอกาส แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาคอยกระทุ้งสีข้างอยู่ตลอดว่ายาก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    ในความรู้สึกลึกๆ ผมคิดว่าฤดูกาล 2020/21 นี้จะรู้ตัวแชมป์ก่อนจบฤดูกาล.. อาจจะสัก 2-3 นัด

    แค่ความรู้สึกน่ะครับ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรรองรับมากนักนอกจากเชื่อในความสม่ำเสมอของทีมๆ หนึ่งซึ่งขอไม่บอกว่าทีมไหนเดี๋ยวจะหาว่าเจิม (HA)

    ถ้ามองในฐานะแฟนบอลลิเวอร์พูล ผมก็อยากให้ทีมรักคว้าแชมป์ไปเลยไม่ต้องรอ ทิ้งให้ขาดถ้ามีโอกาส ยิ่งก่อนจบฤดูกาลนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

    แต่ในแง่ของแฟนบอลทั่วๆ ไปที่อยากเห็นการชิงชัยสนุก ผมก็อยากเห็นบรรยากาศที่เมื่อผ่านเกมนัดที่ 37 ไปแล้วพรีเมียร์ลีกยังมีม้ามากกว่า 2 ตัวลุ้นเข้าวินอยู่เหมือนกัน

    3 ตัวก็ดี 4 ตัวก็เยี่ยม หรือ 5 ตัวไปเลยก็จะเป็นพระคุณมาก ดูม้าตัวเดียวกับม้าสองตัวมาบ่อยแล้ว อยากเห็นอะไรแปลกใหม่บ้าง

    เพียงแต่สุดท้ายแล้วแชมป์ก็ยังขอให้เป็นทีมๆ นั้นอยู่นะครับ ไม่บอกอีกเหมือนกันว่าทีมไหนเดี๋ยวจะหาว่าเจิมอีกครั้งที่ทีมแชมป์เข้าป้ายแบบข้ามาคนเดียว นำลิ่วม้วนเดียวจบไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ขยับเข้าใกล้หรือมีลุ้น

    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ฤดูกาลที่ได้ 100 แต้ม ลิเวอร์พูลฤดูกาลที่ได้ 99 แต้ม หรือเชลซีในยุคโชเซ่ มูรินโญ่ที่กวาด 95 คะแนนนั่นเป็นตัวอย่าง เป็นม้าตัวเดียวโดดๆ ตัวอื่นไม่ต้องมาแหยม

    ม้าสองตัวเกิดขึ้นบ่อยที่สุด เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลทีมอื่นๆ ที่เกาะติดตามมาจะทยอยกันหลุดวงโคจรไปทีละทีมสองทีม

    จากที่เคยลุ้นกัน 4-5 ทีมก็ค่อยๆ แหกโค้งไปทีละราย เหลือ 4 เหลือ 3 เหลือ 2..

    สุดท้ายแล้วฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมักจะเหลือทีมที่ยังมีลุ้นแชมป์แค่ 2 ทีม ส่วนจะจบเมื่อไหร่อันนั้นแล้วแต่ความแข็งแกร่งของคู่แข่งขันแย่งแชมป์ หลายฤดูกาลได้บทสรุปในช่วง 2-3 นัดสุดท้าย หลายฤดูกาลก็ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้าย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    มีฤดูกาลที่แย่งแชมป์สนุกๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง ฤดูกาล 1994/95 ระหว่าง แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1998/99 ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ฤดูกาล 2008/09 ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ยูไนเต็ด

    หรือจะเป็นฤดูกาลสุดเข้ม 2 ซีซั่นทั้ง 2011/12 ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เบียด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวินาทีสุดท้ายด้วยประตูของ เซร์คิโอ อเกวโร่ หรือฤดูกาล 2018/19 ที่ช่วงรันอินท้ายซีซั่นระหว่างทีมเรือใบสีฟ้ากับหงส์แดงที่ขับเคี่ยวกันนัดต่อนัดนั้นยังเป็นที่พูดถึงมาจนทุกวันนี้ก่อนที่แมนฯ ซิตี้จะเข้าป้ายด้วยคะแนนเฉือน 98 ต่อ 97

    ในฤดูกาลนี้ยังบอกไม่ได้ว่าท้ายที่สุดแล้วการชิงชัยจะออกมาอย่างไร จะเป็นม้ากี่ตัว แล้วจะสิ้นสุดก่อนเกมปิดฤดูกาลนานไหม

    คาดเดาลำบาก แม้กระทั่งมองดูตารางคะแนนในตอนนี้เราก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าการแข่งขันจะเข้มข้นอย่างนี้ไปตลอด 38 นัดแน่ๆ ไหม เพราะหากมีบางทีมทะลุจุดเดือดชนะรวด 13-14 นัดขึ้นมาก็อาจจะทิ้งห่างแบบขาดลอยก็เป็นไปได้

    เพียงแต่ด้วยสถานการณ์เท่าที่เห็น ฤดูกาล 2020/21 นี้น่าจะเป็นฤดูกาลที่พลิกไปพลิกมาและมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นบ่อยๆ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    เกมพลิกล็อกหรือผลการแข่งขันที่ผิดความคาดหมายอาจเกิดขึ้นให้เห็นทุกสัปดาห์ เหมือนที่แมนฯ ซิตี้โดนเลสเตอร์บุกขยี้ 2-5 ลิเวอร์พูลแพ้แอสตัน วิลล่า 2-7 แมนฯ ยูฯ แพ้สเปอร์ส 1-6

    จะด้วยบรรยากาศที่ไม่มีแฟนบอลทำให้หลายเกมมีผลผิดเพี้ยนหรือสภาวะนักเตะบาดเจ็บเพราะไม่สมบูรณ์พร้อมจากการพักร่างกายไม่เพียงพอในโปรแกรมเตะถี่ยิบก็สุดแต่จะวิเคราะห์กัน ทว่ามันรวมๆ กันเป็นเหตุผลของภาพที่ปรากฏให้เราเห็นในช่วงโค้งแรกของการชิงชัย

    คะแนนของทีมที่ได้แชมป์ไม่น่าจะสูงอย่าง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่ง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เซ็ตมาตรฐานไว้โหดสุดๆ 100 แต้ม 98 แต้ม 99 แต้ม

    แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อาจสะสมไม่ถึง 90 คะแนนหลังผ่านนัดที่ 38 แนวโน้มจาก 10-11 เกมที่ผ่านมาบอกกับเราอย่างนั้นเพราะแต่ละทีมต่างก็ผลัดกันทำคะแนนกระเด็นหลุดมือกันถ้วนหน้า

    ลิเวอร์พูลแชมป์เก่าหายไปแล้ว 9 แต้มเช่นเดียวกับ สเปอร์ส ผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้เพราะนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับหงส์แดง มีนักเตะดีๆ เต็มทีมและมียอดกุนซืออย่างมูรินโญ่ ที่สำคัญคือไม่เพลี่ยงพล้ำต่อทีมใหญ่ด้วยกันเลย ชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะแมนฯ ซิตี้ เสมอเชลซี ชนะอาร์เซน่อล

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    ทีมสิงโตน้ำเงินครามเสียไปแล้ว 11 คะแนนเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วน แมนฯ ซิตี้ ทำหล่นไป 12 แต้ม ขณะที่บิ๊กซิกซ์ทีมสุดท้ายอย่างอาร์เซน่อลกู่ไม่กลับเตะ 11 เกมแพ้ไปแล้ว 6 นัด เสมออีกหนึ่ง แต้มกระเด็นไป 20 คะแนน

    การเสียแต้มเป็นว่าเล่นอย่างนี้เป็นทิศทางที่น่าสนใจ ผ่านการแข่งขันมา 1 ใน 4 ของฤดูกาลเรายังไม่เห็นทีมไหนคงเส้นคงวาที่สุดจนโกยคะแนนหนีแบบทิ้งห่าง

    จ่าฝูงยืนคู่กัน 2 ทีมแตกต่างกันเพียงประตูได้เสีย อันดับสามตามมาห่างแค่ 2 แต้ม ถัดลงไปอันดับ 4 5 6 7 และ 8 ไม่น่าเชื่อคะแนนลดหลั่นกันลงไปอันดับละ 1 คะแนน แถมอันดับ 6 กับ 7 อย่างยูไนเต็ดและซิตี้ยังมีเกมในมือเหลืออีกทีมละนัด

    คะแนนเบียดกันอย่างนี้พลาดแค่ครั้งเดียวอันดับคุณรูดลงไปพรวดเดียว 3-4 อันดับได้เลย เพียงแต่ด้วยความที่ฤดูกาลนี้ไม่ปกติ มีผลการแข่งขันที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคุณพลาดแผ่วสัก 3-4 เกมติดๆ กันก็ใช่ว่าจะหลุดวงโคจรแน่ๆ พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อาจอนุญาตให้คุณแพ้ได้อีก..
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..
พักหลังๆ พรีเมียร์ลีกเรียกร้องมาตรฐานจากทีมที่จะเป็นแชมป์สูงมาก คุณอาจจะแพ้แค่ 4-5 เกมเท่านั้นตลอดทั้งฤดูกาลแต่กลับพบว่าคุณไม่ได้เป็นแชมป์ ฤดูกาล 2014/15 เชลซีเป็นแชมป์แพ้แค่ 3 นัด แมนฯ ซิตี้รองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2015/16 เลสเตอร์เป็นแชมป์แพ้แค่ 3 นัด อาร์เซน่อลรองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2016/17 เชลซีเป็นแชมป์แพ้ 5 นัด สเปอร์สรองแชมป์แพ้แค่ 4 เกม ฤดูกาล 2017/18 แมนฯ ซิตี้เป็นแชมป์แพ้ 2 นัด แมนฯ ยูไนเต็ดรองแชมป์แพ้ 7 เกม ฤดูกาล 2018/19 แมนฯ ซิตี้เป็นแชมป์แพ้ 4 นัด ลิเวอร์พูลรองแชมป์แพ้แค่เกมเดียว ฤดูกาล 2019/20 ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์แพ้ 3 นัด แมนฯ ซิตี้รองแชมป์แพ้ 9 เกม
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..กับการชิงชัยในฤดูกาลนี้ผมอยากเห็นฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่แย่งแชมป์กันหลายทีมไปจนถึงโค้งสุดท้าย
ประเภทที่ว่าเข้าสู่ 4-5 เกมสุดท้ายแล้วก็ยังมองไม่ออกว่าหวยจะออกที่ใคร

    การลุ้นแชมป์ไม่ค่อยมีบรรยากาศแบบนี้ให้เห็นหรอกนะครับ อย่างที่บอกไปนั่นแหละประวัติที่ผ่านๆ มาชี้ว่าสุดท้ายแล้วม้าก็จะถูกริดออกไปทีละตัวๆ จนเหลือแค่ 2 ตัวเป็นประจำ

    แต่สำหรับการหนีตายผมยังจำฤดูกาล 2004/05 ได้ไม่ลืมที่เข้าสู่นัดสุดท้ายแล้วยังไม่มีทีมไหนตกชั้นเลยแม้แต่ทีมเดียวก่อนที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จะโกงความตายดีดจากบ๊วยขึ้นมาจบที่อันดับ 35 ถีบ คริสตัล พาเลซ ฟูแล่ม และเซาธ์แฮมป์ตัน ตกชั้นแทนเหลือเชื่อ

    ผมอยากจะเห็นการแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้เป็นแบบนั้น ดูจากแนวโน้มแล้วมันก็มีโอกาส แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาคอยกระทุ้งสีข้างอยู่ตลอดว่ายาก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ส่อแววสนุก..

    ในความรู้สึกลึกๆ ผมคิดว่าฤดูกาล 2020/21 นี้จะรู้ตัวแชมป์ก่อนจบฤดูกาล.. อาจจะสัก 2-3 นัด

    แค่ความรู้สึกน่ะครับ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรรองรับมากนักนอกจากเชื่อในความสม่ำเสมอของทีมๆ หนึ่งซึ่งขอไม่บอกว่าทีมไหนเดี๋ยวจะหาว่าเจิม (HA)

    ถ้ามองในฐานะแฟนบอลลิเวอร์พูล ผมก็อยากให้ทีมรักคว้าแชมป์ไปเลยไม่ต้องรอ ทิ้งให้ขาดถ้ามีโอกาส ยิ่งก่อนจบฤดูกาลนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

    แต่ในแง่ของแฟนบอลทั่วๆ ไปที่อยากเห็นการชิงชัยสนุก ผมก็อยากเห็นบรรยากาศที่เมื่อผ่านเกมนัดที่ 37 ไปแล้วพรีเมียร์ลีกยังมีม้ามากกว่า 2 ตัวลุ้นเข้าวินอยู่เหมือนกัน

    3 ตัวก็ดี 4 ตัวก็เยี่ยม หรือ 5 ตัวไปเลยก็จะเป็นพระคุณมาก ดูม้าตัวเดียวกับม้าสองตัวมาบ่อยแล้ว อยากเห็นอะไรแปลกใหม่บ้าง

    เพียงแต่สุดท้ายแล้วแชมป์ก็ยังขอให้เป็นทีมๆ นั้นอยู่นะครับ ไม่บอกอีกเหมือนกันว่าทีมไหนเดี๋ยวจะหาว่าเจิมอีก 

ติดตามทุกเรื่องราว ข่าวใหม่ๆได้ที่ >>>liverpoolworld<<<

ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่>>>>ดูบอล,ดูบอลออนไลน์<<<<

ขอบคุณเรื่องราวข่าวจาก >>>siamsport<<<

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่